- อาทิตย์นี้ ช่วงแรกเราประชุมสังเคราะห์สิ่งที่ได้จากการไปเขาหินซ้อนค่ะ
ก็ทำให้พวกเรามองเห็นอะไรชัดเจนเป็นทิศทางเดียวกันมากขึ้นค่ะ
ช่วงต่อมาก็เป็นการพูดคุยให้ความรู้ โดย ท่านอ.ขจรศักดิ์ พุทธานุภาพค่ะ
เรื่องที่สะกิดใจมากๆคือเรื่อง รอบรู้ รู้เท่าทันค่ะ
บ่อยครั้งจริงๆ ที่เรา(อาจจะหมายถึงนุ่นคนเดียวก็ได้ค่ะ)หลงลืมไป
เผลอตัวเผลอใจ เชื่อในสิ่งที่ชาวต่างชาติพยายามยัดเยียดมาให้เรา
โดยไม่ได้พิจารณาให้รอบคอบ โดยใช้ปัญญาของตัวเอง
ไม่ว่าเค้าจะทำเพื่อผลประโยชน์ของเค้า ด้วยเรื่องความคิดต่าง หรืออะไรก็ตาม
จนทุกวันนี้เราแทบจะพร้อมเชื่อไปซะทุกอย่างแล้ว
สิ่งที่นุ่นคิดก็คือ แล้วเราจะทำอย่างไรกันต่อไปดีคะ
จนถึงตอนนี้นุ่นก็ยังให้คำตอบตัวเองไม่ได้…
ถ้าจะบอกตัวเอง เริ่มที่ตัวเอง แล้วเมื่อไหร่นะเราถึงจะรู้เท่าทันกันทั้งประเทศ..
ใครคิดออกบอกนุ่นด้วยนะคะ คิดมาหลายวันแล้วค่ะ
- ส่วนนี้ขอเป็นที่จดบันทึกเล็กๆส่วนตัวที่ได้เรียนรู้จากท่านอ.นะคะ
( ขอบคุณท่านอ.ขจรศักดิ์ พุทธานุภาพค่ะ)
1.รัก + ยุติธรรม = สงบสุข
2.สังคมไทยต้องการผู้นำที่ซื่อสัตย์
3.ควรซื่อตรงแบบกระดูกงูเรือ คือ ตรง แต่โค้งงอได้
4.รู้จักขจัดขยะอารมณ์
5.กลมกลืนทางธรรมชาติ (เจริญทางจิตวิญญาณ)
6.หนังสือที่ท่านอ.แนะนำคือ
– ปีกแห่งไฟ
หนังสือเล่มนี้ นอกจากจะเล่าเรื่องประวัติชีวิตส่วนตัวของท่านประธานาธิบดี เอพีเจ อับดุล กาลัม ที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนตั้งแต่วัยเด็กจนกระทั่งประสบความสำเร็จในชีวิตการงาน ตามที่คนอินเดียยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งจรวดและขีปนาวุธ” ของอินเดียแล้ว ยังแสดงถึงความเมตตาที่อบอุ่นและลึกซึ้งของวีรบุรุษหลายๆ ท่านที่ประธานาธิบดี กาลัม นับถือ เช่น วิกรม สารภัย หรือ สาทิศ ธะวัน และพราห์ม ประกาศ ผู้อ่านจะได้ทราบประวัติความเป็นมาของการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของอินเดีย จากจุดเริ่มต้นที่แทบจะเป็นศูนย์จนกระทั่งประสบความสำเร็จก้าวขึ้นชั้นแนวหน้าของโลก โดยผ่านการเล่าเรื่องที่ประทับใจ และเต็มไปด้วยเนื้อหาสาระของเคล็ดลับในการบริหารจัดการโครงการใหญ่ๆ ตลอดจนหลักปรัชญาชีวิตที่ลึกซึ้งและกอรปด้วยเมตตา
ข้อมูลจาก http://www.accasa.com/new_book/newbook8.html)
– การศึกษาเพื่อความเป็นไท (เล่มนี้ไม่ค่อยแน่ใจในชื่อหนังสือค่ะ ถ้าผิดพลาดรบกวนเพื่อนๆบอกด้วยนะคะ)
.
ps.ในคลาสเรียนวันนี้ มีเรื่องสะเทือนใจ 1 เรื่องค่ะ
คือเรื่องที่เราต้องประเมินตนเองและเพื่อนๆนั่นเอง
นุ่นทำนานมาก เพราะบางข้อก็รู้สึกว่ายังมีข้อมูลไม่พอ
แต่ไม่น่าเชื่อนะคะ ถัดมาแค่วันเดียวคือวันอาทิตย์ ที่เราประชุมอยู่ด้วยกันทั้งวัน
ไม่รู้ว่านุ่นคิดไปเองรึเปล่านะคะ แต่นุ่นคิดว่าเป็นจุดที่ทำให้เราสนิทกันมากขึ้นมากๆเลยค่ะ
เรารู้จักกันได้เยอะขึ้น เราสนิทสนมพูดคุยกันได้มากขึ้น และ..เราเข้าใจกันมากขึ้นค่ะ
สิ่งที่อยากจะบอกที่สุดคือ จากการที่ได้คุยกับเพื่อนๆหลายคน พอผ่านมาจนถึงวันนี้
จากที่เคยไม่รู้ว่า ได้พัฒนาอะไรไปบ้างมั้ย ตอนนี้เราก็เริ่มรู้สึกได้ถึงการพัฒนานั้นค่ะ
ถึงบางคนอาจจะไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองพัฒนาได้มากมายนัก
เราก็มีความสุขที่ได้เรียนวิชานี้ ได้รู้จักกัน ได้รู้จักตัวเอง ได้หาทางพัฒนาตนเอง
อย่างน้อยที่สุด ตอนนี้ พวกเรามีความสุขกันมากๆ ที่ได้เอามาเล่าให้เพื่อนๆในคลาสฟังว่า
“วันนี้ เราบอกร้าน…แหละว่าไม่ต้องใส่ถุงนะคะ ขอบคุณค่ะ”
แค่นี้ก็ทำเอาพวกเรายิ้มกันหน้าบานนน มีความสุขที่สุดค่ะ